เปิดชีวิต หญิงนอนนิ่งเป็นอัมพาต 20 ปี มาโป๊ะเพราะหลาน



เปิดเรื่องราว หญิงสุดเกียจคร้าน แกล้งเป็นอัมพาตนาน 20 ปี หลอกครอบครัวให้ดูแล เอาใจทุกสิ่งอย่าง ก่อนโป๊ะแตก หลานเห็นลุกเดินได้

วันที่ 7 มกราคม 2565 เว็บไซต์ ETtoday มีรายงานข่าวสุดอึ้งจากประเทศจีน เป็นเรื่องราวของหญิงวัย 35 ปี ที่นอนป่วยเป็นอัมพาตมานาน ต้องพึ่งพาคนในครอบครัวคอยดูแลทุกอย่าง ตั้งแต่เรื่องอาหารการกิน ไปจนกระทั่งการพลิกตัว โดยไม่มีใครคาดคิดเลยว่าในวันหนึ่งจะโป๊ะแตก ถูกจับได้ว่าแท้จริงแล้วเธอแกล้งทำตัวเป็นอัมพาตมาโดยตลอด นานถึง 20 ปี



โดยหญิงรายดังกล่าวมีชื่อว่า อู๋กุ้ยอิง ครอบครัวของเธออยู่ในหมู่บ้านแห่งหนึ่งที่มณฑลเหอเป่ย์ ของจีน พ่อของเธอเสียชีวิตไปตั้งแต่เธอยังเด็ก ๆ ปล่อยให้แม่กลายเป็นเสาหลักของครอบครัว อย่างไรก็ตามเนื่องจากอู๋กุ้ยอิงเป็นลูกสาวคนเล็กในบรรดาพี่น้อง 8 คน แถมยังมีสุขภาพไม่แข็งแรงมาตั้งแต่เล็ก ทำให้เธอเป็นสุดที่รักของแม่ และมีแม่คอยดูแลเอาใจทุกอย่าง

ในช่วงที่เธอป่วย แม่ก็จะคอยเอาอกเอาใจ ปรนนิบัติลูกสาวคนเล็กเป็นอย่างดีชนิดที่แทบไม่ต้องหยิบจับอะไร แค่คันศีรษะแม่จะก็ช่วยเกา อยากกินน้ำก็แค่เอื้อมมือออกไป แม่ก็จะช่วยหยิบมาให้ และเมื่ออยากกินแตงโม แม่ก็จะจัดแจงหั่นเป็นชิ้นเล็ก ๆ มาป้อนให้ถึงปาก ทำให้เธอใช้ชีวิตสบาย ๆ โดยไม่ต้องลุกออกจากเตียงไปไหน

เมื่อเคยชินกับการถูกเอาใจ ถ้ามีอะไรไม่ได้ดั่งใจอู๋กุ้ยอิงก็จะร้องไห้เสียงดังจนกว่าจะได้ในสิ่งที่ต้องการ ครั้งหนึ่งเธอเห็นพี่สาวมีของเล่นสวย ๆ และอยากได้ จึงร้องไห้ไม่ยอมกินอะไร แม่มาปลอบก็ยังไม่พอใจ จนสุดท้ายแม่ก็ไปดุพี่และนำของเล่นมาให้เธอ

ยิ่งเวลาผ่านไป อู๋กุ้ยอิงก็กลายมาเป็นคนเกียจคร้านที่ชอบนอนอยู่แต่บนเตียง รอให้แม่มาดูแล จนกระทั่งเธออายุ 16 ปี อู๋กุ้ยอิงก็ได้มีปัญหาทะเลาะกับพี่ชาย ก่อนจะถูกพี่คนหนึ่งตบหน้า 2 ครั้ง ด้วยความที่เธอถูกโอ๋มาตลอด จึงไม่เคยทุกข์ใจเท่านี้ นับจากนั้นเธอก็เริ่มล้มป่วย ก่อนจะบอกว่าตัวเองเป็นอัมพาต



เมื่อทราบดังนั้นแม่ก็รีบพาลูกสาวไปหาหมอ ซึ่งหมอก็ยืนยันว่าร่างกายของเธอไม่ต่างจากคนปกติ สุขภาพแข็งแรงมาก แต่ถึงอย่างนั้นอู๋กุ้ยอิงก็ยังแสดงท่าทีเหมือนคนป่วย และนอนนิ่งอยู่บนเตียงที่บ้าน ไม่สามารถลุกขึ้นได้

สุดท้ายแม่ก็ต้องกลายเป็นคนที่คอยดูแลลูกสาว ประคบประหงมอู๋กุ้ยอิงที่นอนนิ่งอยู่ตลอดทั้งวัน กระทั่งเวลาผ่านไปร่วม 20 ปี แม่วัยชราของอู๋กุ้ยอิงได้เสียชีวิตลง ทำให้ อู๋กุ้ยหลิง ผู้เป็นพี่สาว จำต้องรับน้องสาวที่เป็นอัมพาตมาดูแลที่บ้าน

อย่างไรก็ตาม เนื่องจากอู๋กุ้งหลิงกับสามีเป็นเกษตรกรธรรมดา พวกเขาไม่สามารถดูแลน้องสาวได้ 24 ชั่วโมงเหมือนแม่ ทำให้อู๋กุ้ยหลิงต้องออกไปทำงานในไร่ และคอยกลับมาดูแล หุงหาอาหารให้น้องสาวเมื่อถึงเวลากิน

แต่แล้วในเดือนพฤษภาคม 2551 อยู่ ๆ ก็เริ่มมีเรื่องแปลก ๆ เกิดขึ้นในบ้าน โดยมีอยู่ครั้งหนึ่ง อู๋กุ้ยหลินกลับมาที่บ้านและเห็นเงาคนปรากฏจากแสงไฟ เธอรีบทิ้งอุปกรณ์ทำไร่และวิ่งไปดูน้องสาวที่บ้านทันที แต่เมื่อก้าวผ่านประตูเข้ามาก็เจอเพียงอู๋กุ้ยอิงที่นอนอย่างสงบอยู่บนเตียง

สิ่งที่เกิดขึ้นทำให้พี่สาวเป็นกังวล ในตอนที่เธอต้องออกจากบ้านไปทำไร่อีก เธอก็ยังคงเป็นห่วงน้องสาว และต่อมาเธอก็เห็นเงาดำปรากฏขึ้นอีก ไป ๆ มา ๆ เธอก็เริ่มสงสัยว่าจะมีสิ่งเหนือธรรมชาติอยู่ในบ้านหรือไม่

จนกระทั่งวันหนึ่ง ลูกสาวของอู๋กุ้ยหลินที่กลับมาจากโรงเรียนได้บอกกับเธอว่า ตัวเองเห็นน้าสาวลุกขึ้นมาได้ ดังนั้นเพื่อจะไขปริศนา อู่อุ้ยหลินกับสามีตัดสินใจติดกล้องไว้ที่บ้านเพื่อบันทึกภาพสิ่งที่เกิดขึ้น จนได้เห็นน้องสาวที่เป็นอัมพาต ลุกขึ้นจากเตียงไปหาถั่วกินในครัว ก่อนที่จะกลับมานอนลงบนเตียงเช่นเดิม

ในที่สุดเธอก็เผชิญหน้ากับน้องสาว อีกฝ่ายยังทำเป็นเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น จนท้ายที่สุดอู้กุ้ยหลินต้องบังคับพาน้องสาวไปโรงพยาบาล ซึ่งหลังจากนั้นหมอยืนยันว่าร่างกายและแขนขาของอู๋กุ้ยอิงล้วนปกติดี เธอไม่ได้เป็นอัมพาตแต่อย่างใด ในขณะที่ครอบครัวช็อกแทบไม่อยากจะเชื่อ

อย่างไรก็ตาม แม้ร่างกายจะปกติดี แต่หมอชี้ว่าอู๋กุ้ยอิงมีความผิดปกติทางจิต และอธิบายว่าเธอคุ้นชินกับการมีคนคอยดูแลมาตั้งแต่ยังเด็ก ทำให้สูญเสียความสามารถในการพึ่งพาและดูแลตัวเองไปอย่างสิ้นเชิง

ทั้งนี้ เคราะห์ยังดีที่หลังเข้ารับการบำบัดรักษา ในที่สุดอู๋กุ้ยอิงก็ค่อย ๆ ฟื้นฟูสภาพจิตใจและเริ่มเรียนรู้ที่จะดูแลตัวเอง จนสามารถกลับมาใช้ชีวิตตามปกติได้



Back to top button