หยาดทิพย์ เปิดใจถึงชีวิตแม่ลูกอ่อน



หยาดทิพย์ ราชปาล เผยชีวิตแม่ลูกอ่อน ทำน้ำหนักลดฮวบ 10 กก. ย้อนเล่านาทีติดโควิดตอนท้อง รับกังวลหนักกลัวกระทบลูก

เมื่อวันที่ 14 ธ.ค. 2564 ที่อาร์เอส กรุ๊ป ถ.ประเสริฐมนูกิจ ดาราสาวคุณแม่ลูกหนึ่ง หยาดทิพย์ ราชปาล ให้สัมภาษณ์ในงานพิธีบวงสรวงละคร ศีรษะมาร ถึงวิถีชีวิตแม่ลูกอ่อน พร้อมกับรูปร่างที่กลับมาผอมไวมาก ก่อนจะย้อนเล่านาทีติดโควิดช่วงตั้งครรภ์



หลายคนตะลึงกับหุ่นที่กลับมาผอมไวมาก? “ตอนนี้กลับมาเท่าเดิมแล้วค่ะ จริงๆ ไม่ได้ตั้งใจลดเลย หยาดทานเพิ่มขึ้นเยอะมากๆ เพราะยังต้องให้นมลูก น้องยังทานนมแม่ อาจจะด้วยนอนน้อยมาก วิถีคุณแม่และกลับมาทำงาน ลงไปรวดเดียว 10 กว่ากก.”

3 เดือนที่ผ่านมา ชีวิตแม่ลูกอ่อนเป็นยังไงบ้าง? “ดีนะคะ ดีมากๆ เลย ตอนแรกเราก็ยังจินตนาการไม่ออก เพราะในบ้านหรือในครอบครัวทั้งสองฝ่ายยังไม่มีใครมีเด็ก ไม่มีหลาน เราก็เลยไม่คุ้นชินกับการมีเด็กอยู่ในครอบครัว แต่พอน้องเกิดมาคือดีมากเลยค่ะ มาสร้างความสุข สร้างรอยยิ้มให้ครอบครัว”

พอได้เป็นแม่จริงๆ เป็นยังไงบ้าง เหมือนที่เราคิดไว้ไหม? “ดีค่ะ ชีวิตเราก้าวไปอีกสเต็ปหนึ่ง เหมือนเราโตขึ้นจริงๆ แล้ว โตขึ้นในทุกด้าน ตอนนี้ก็ไม่ได้รับผิดชอบแค่ชีวิตตัวเองกับครอบครัวเรา ครอบครัวใหญ่ขึ้นต้องมีความรับผิดชอบมากขึ้นในหลายๆ เรื่อง”

ลูกสาวมาเติมเต็มครอบครัวยังไงบ้าง? “เติมเต็มทุกอย่าง เขาจะมีความน่ารักของเขาที่เราไม่รู้ว่าเด็ก 1 เดือน ทำแบบนี้ได้ด้วยเหรอ หรือเด็ก 2 เดือนหัวเราะยิ้มแบบนี้ได้เหรอ พอเราเป็นแม่เหมือนที่เขาบอกกันว่าคอยดูนะจะเห่อลูก คือจริงเลย เห็นลูกพลิกไปพลิกมากลิ้งไปกลิ้งมา ตี5 6โมงเช้าก็อยากตื่นมาดูแล้ว ถ้าเขานอนกับเราก็จะรู้สึกน่ารักจังเลย”

เลี้ยงยากไหม? “มันก็ต้องมีการปรับ ยอมรับว่ามันก็ไม่ได้ง่าย แต่หยาดรู้สึกว่าหยาดผ่านจุดนั้นมาแล้วที่เขาบอกกันในช่วง 3 เดือนแรก ตอนนี้ 3 เดือนครึ่งแล้ว รู้สึกว่าทุกอย่างมันเข้าที่เข้าทาง”

ถามย้อนไปช่วงติดเชื้อโควิด-19 ตอนมีน้องในท้อง หลายคนเป็นห่วงเราผ่านช่วงนั้นมาได้ยังไง? “จริงๆ ตอนโควิดก็ค่อนข้างหนักด้วยความเครียด ตอนนั้นท้องอยู่ประมาณ 4-5 เดือน ก็หนักเหมือนกัน ตอนที่หยาดเป็นหยาดก็หนักอยู่ห้องไอซียูเหมือนกันนะแต่ก็ไม่ได้เป็นข่าวอะไรเยอะ ด้วยที่ว่ามันหมดแรง มันไม่มีแรง เลยไม่ได้อัพเดต”

เรามีภาวะทางสุขภาพของเราอยู่แล้วด้วย? “หยาดมีโรคประจำตัวเป็นโรคลิ่มเลือดอุดตันอยู่แล้ว ตั้งแต่ไหนแต่ไรเป็นโรคประจำตัวมานานหลายปี พอเป็นโควิดด้วยแล้วท้องด้วย มันก็เสี่ยงกับการกระตุ้นเรื่องนี้ แล้วพอเจาะเลือดตรวจร่างกายมันมีภาวะเสี่ยงสูงก็เลยต้องดูแลกันยาวๆ ทานยาฉีดยาแต่ว่าตอนนี้ทุกอย่างปกติแล้ว”

ตอนนั้นกังวลว่ายาที่เราต้องทานไปจะกระทบกับน้องไหม? “กังวลค่ะ หยาดไม่ได้มีความรู้หรือได้ข้อมูลอะไรที่ชัดเจนเหมือนทุกคนค่ะ เพราะว่าเมื่อย้อนกลับไปตอนนั้น ทุกอย่างมันยังไม่ค่อยมีข้อมูล แล้วเราต้องพยายามวางใจและปล่อยให้คุณหมอเขาดูแล”

สามีว่าอย่างไรบ้าง กังวลเป็นพิเศษไหม? “ก็กังวลค่ะ ทุกคนก็กังวลหมดในตอนนั้น หยาดได้รับข้อความเยอะมากจากทุกคนเลย ไม่ว่าจะเป็นคนทางบ้านด้วยที่เห็นไอจี และเพื่อนทุกคน หยาดก็ต้องบอกตอนนี้เลยว่าบางทีหยาดก็ไม่ได้ตอบตอนนั้น ไม่ได้ตอบคอมเมนต์อะไรเลย เพราะมันไม่มีแรงจริงๆ แค่พูดยังหายใจไม่ทัน มือไม้มันไม่มีแรงจริงๆ มันหนัก มันป่วยหนักค่ะ ก็ขอมาขอบคุณ ณ ตอนนี้ด้วยแล้วกันค่ะ”

แต่ผ่านมาได้? “ผ่านมาได้ค่ะ ตอนนี้ร่างกายแข็งแรงสมบูรณ์ทุกอย่าง (ไม่ได้มีเอฟเฟ็กต์อะไร?) มันไม่ได้มีเอฟเฟ็กต์อะไร แต่ยังต้องเมนเทรนกับการกินยา ดูแลตัวเองกับโรคประจำตัวที่เราเคยเป็นค่ะ”

เราออกมาทำงานแอบกังวลไหม เพราะลูกยังเล็ก? “จริงๆ ถามว่าแอบกังวลไหม หยาดก็กังวลค่ะ แต่ว่าเวลาที่อยู่กองถ่าย เขาก็มีมาตรการที่ค่อนข้างแน่นหนา เราก็วางใจได้ค่ะ”

มีชาวเน็ตช่วยเลี้ยงลูกบ้างไหม? “ของหยาดยังไม่ค่อยมีนะ หยาดชอบถ่ายรูปลูกลงแล้วลูกเป็นผู้หญิง เปลี่ยนชุดบ่อย ส่วนใหญ่จะเป็นคอมเมนต์ชุดน่ารัก ชุดซื้อที่ไหน อะไรแบบนี้มากกว่า ยังเป็นอะไรที่น่ารักๆ รุนแรงยังไม่มีค่ะ จะมีแค่ว่าลดความอ้วนหรือเปล่า อะไรพวกนี้ ก็คือหยาดไม่ได้ลดนะ คือหยาดนอนน้อยจริงๆ วันหนึ่งก็ 4 ชั่วโมง มันก็ลงไปเอง”

แต่คุณแม่แซ่บมาก ไปทะเลคนก็แซว? “ไม่ได้ไปทะเลมาเกือบปีไง พอได้ไปก็ดีใจมาก คือไม่ได้ออกจากบ้านเลย ไม่ได้เจอพ่อแม่ตัวเอง ไม่ได้เจอใครเลยต้องมีไม่ต่ำกว่า 5-6 เดือนค่ะ ไม่ออกไปห้าง ไม่ออกไปซูเปอร์มาร์เก็ต ไม่ออกไปไหนเลย ไปที่เดียวคือโรงพยาบาล”

เป็นคุณแม่ก็แซ่บได้? “ใช่ ก็ขอแซ่บนิดหนึ่ง สามีไม่ว่าค่ะ ออกมาทำงานเขาก็ไม่ได้ว่าอะไรนะคะ เขาก็บอกว่าแล้วแต่เราค่ะ อยากจะทำหรือไม่อยากจะทำให้เราตัดสินใจเอง”

น้องคนที่ 2 มีแพลนไหม? “ตอนนี้ยังค่ะ ยังไม่ได้คิดเรื่องนั้นเลยค่ะ”

เรียกว่าออกมาทำงานเหมือนเดิม ไม่ได้คิดที่จะพัก? “คือตอนนี้หยาดอยากถ่ายเรื่องนี้ให้เสร็จก่อน ถ้าเกิดว่าจบเรื่องนี้ก็ยังกำลังคิดอยู่ว่าจะรับยาวไหม หรือจะยังไม่รับ แต่ด้วยจริงๆ ปีนี้เป็นปีที่ครบรอบเล่นละครมา 30 ปี เราก็รู้สึกว่ามันยาวนานจนมันฝังอยู่ในร่างกายในจิตใจ ช่วงที่หยุดไป 6-7 เดือนมันก็คิดถึง ถามว่าหน้าที่แม่มันก็หน้าที่หลัก แต่หยาดเชื่อว่าถ้าเราจัดสรรเวลาหรือแบ่งเวลาได้ แล้วทำหน้าที่ทุกอย่างได้ดีทั้งหมดมันทำได้ค่ะ”



Back to top button