ขอสู้อีกครั้ง อดีตพระเอกดาวรุ่ง คริสโตเฟอร์ เบญจกุล



หมดแล้วเงินเก็บก้อนสุดท้าย “คริสโตเฟอร์ เบญจกุล” อดีตดาราที่ประสบอุบัติเหตุจากการช่วยเหลือผู้อื่นจนตนเองต้องบาดเจ็บสาหัสกลายเป็นคนร่างกายไม่สมบรูณ์ สู้ชีวิต งัดเงินเก็บก้อนสุดท้ายลงทุนเจอพิษโควิดเจ๊งเรียบ ติดหนี้ ต้องเปิดท้ายขายน้ำส้มวิ่งหนีเทศกิจ เผยไม่เคยท้อ ภรรยาร่ำไห้ทำให้สามีลำบาก



เมื่อ 20 ปีที่แล้ว “คริส คริสโตเฟอร์ เบญจกุล”อดีตดาราอนาคตไกล ประสบอุบัติเหตุถูกรถชน หลังจากเข้าไปช่วยเหลือผู้บาดเจ็บที่ริมถนน แต่ตนเองกลับถูกรถชนเสียเองบาดเจ็บสาหัส ต้องรักษาตัวอยู่โรงพยาบาลถึง 3 ปี ผลของอุบัติเหตุครั้งนั้นส่งผลให้คริสร่างกายไม่ปกติ ต้องกินยาอย่างต่อเนื่องจนถึงทุกวันนี้ และเมื่อหายป่วยแล้วก็ไม่สามารถกลับเข้ามาในวงการได้อีก เนื่องจากรูปร่างหน้าตาที่เปลี่ยนไปจากการอุบัติเหตุในครั้งนั้น

หลังจากนั้นเรื่องราวของคริสโตเฟอร์ก็หายไปจากวงการบันเทิง มีข่าวออกมาบ้างประปรายว่า เจ้าตัวได้ไปทำงานที่มูลนิธิ APCD ศูนย์พัฒนาและฝึกอบรมคนพิการแห่งเอเชียและแปซิฟิก โครงการ ร้าน 60+ เบเกอรี่ แอนด์ คาเฟ่ ล่าสุดทีมข่าวบันเทิงผู้จัดการออนไลน์ก็ได้ไปเจอคริสเปิดท้ายขายน้ำส้มอยู่ที่สวนหลวงกับภรรยา โดยคริสยังคงใช้ไม้เท้าและเดินขากะเผลก เวลาเทศกิจมาก็หอบโต๊ะขึ้นรถวิ่งเข้าไปในซอยหลบเทศกิจ พอเทศกิจไปก็ออกมาขายต่อ ได้รับการเปิดเผยจากเจ้าตัวว่า ได้มาทำอาชีพขายน้ำส้มพักใหญ่แล้ว โดยจะขายเปิดท้ายและขายในแผงที่ตลาด เพราะรายได้จากการทำงานที่มูลนิธิไม่เพียงพอ และก่อนหน้านี้ก็ได้นำเงินเก็บมาลงทุนทำธุรกิจกับภรรยาแต่ก็เจอพิษโควิด จนทำให้เงินเก็บก้อนสุดท้ายหายวับไปกับตา ต้องเป็นหนี้เป็นสิน แต่ก็ไม่ย่อท้อยังคงสู้ชีวิตต่อไป

“ตอนนี้ผมทำงานอยู่ที่มูลนิธิ APCD เงินเดือนเไม่ได้เยอะแต่มีความสุข ค่าน้ำมันค่าทางด่วนไปกลับก็หมดแล้ว ผมทำเพราะมันได้ช่วยเหลือคนพิการให้ได้มีงานทำ เรารู้สึกดี เราได้เทรนน้องๆ ในการนำเสนอสินค้าให้ลูกค้า ผมจะเป็นเทรนเนอร์ในการขายของให้ลูกค้า ก็จะเทรนเนอร์กับน้องๆ ที่มาฝึกเบเกอรี่ ก็ทำมา 5 ปีแล้วครับภูมิใจและอยากจะทำต่อไปเรื่อยๆ”

“และทางมูลนิธิก็เมตตาให้เราเอาน้ำส้มไปวางขายที่ร้านเบเกอรี่ ก็เป็นรายได้ที่เราเอามาจ่ายค่าเช่าตึกได้ ส่วนรายได้ที่เป็นค่ากินค่าอยู่ก็คือ รายได้จากการที่เราไปขายของที่ตลาด”

ปัจจุบันคริสแต่งงานกับ “คุณเชอรี่” ฐิติมา หมวกเพ็ชร เบญจกุล อดีตคุณครู มาได้ 3 ปีแล้ว ใช้ชีวิตล้มลุกคลุกคลานมาด้วยกัน แต่ไม่มีลูกเนื่องจากคริสทานยาเพื่อรักษาร่างกายต่อเนื่องมา 20 ปี ถ้ามีลูกโอกาสพิการมีสูง ซึ่งคริสกับภรรยาก็ได้เปิดถึงเรื่องราวในชีวิตว่า….

“ตอนนี้ก็ค้าขายทำธุรกิจน้ำผักผลไม้สกัดเย็น โควิดมาก็ส่งผลกระทบเยอะเลย เมื่อก่อนเคยส่งหลายร้านตอนนี้ก็ลดน้อยลง ปริมาณที่ส่งก็ลดน้อยลง แต่เดิมเราตัดสินใจเช่าตึกแถวเพื่อที่จะเปิดร้านแต่มันเงียบ ตอนนี้ก็ขายอยู่ตลาดอยู่สะอาด ศรีนครินทร์ 53 เป็นแผงขายน้ำสกัดน้ำส้มคั้น เมื่อก่อนที่มีร้านก็จะมีเมนูให้ลูกค้าเลือกแล้วก็ทำตามออเดอร์ แต่ว่าพอมาขายที่ตลาดมันไม่สะดวก เราจะทำน้ำที่มันกลางๆ และขายดีไปขาย คุณคริสเขาไปช่วยตั้งแต่ตอนบุกเบิก ก่อนโควิดเขาจะช่วยเยอะแต่พอโควิดเราก็จะห่วงเขาเพราะเวลาเดินเขาจะต้องจับโน่นนี่เราก็ห่วง ก็ให้เขาแค่คอยรับคอยส่ง”

รายได้ลดลง
“จากเดิมที่เราหาเงินก็พอมีเงินเก็บไว้บ้าง แต่พอมาโควิดเงินที่หาได้ มันหาได้แค่ค่าใช้จ่ายและยังต้องเอาเงินเก็บมาใช้ ตอนนี้เงินเก็บก็ไม่มีแล้วก็หาไปกินไป เราก็มีหนี้มีสินบางทีก็เครียด แต่เขาจะเป็นคนให้สติเราเพราะเครียดไปก็แก้ไขอะไรไม่ได้ เราก็ต้องเรียนรู้ที่จะอยู่กับมันให้ได้”

“มันหนักเพราะเรามาทุ่มเปิดร้าน ต้องเช่าและก็ตกแต่งไปเยอะ คือตอนแรกเราทำอาชีพครูและเมื่อ 3 ปีที่แล้วก็ตัดสินใจออกจากงานมาเริ่มทำธุรกิจเอง ตอนแรกๆ มันก็ดีค่ะ พอเจอเหตุการณ์ป้าทุบรถอนาคตมันก็ไปด้วย พอเกิดเหตุปุ๊บสถานที่ตรงนั้นก็ขายไม่ได้อีกต่อไป 3-4 ตลาดตรงนั้นก็โดนปิดหมดเลย”

เจ๊งยับ เอาเงินเก็บมาลงทุนปลูกถั่วงอก
“เมื่อก่อนรี่ทำอาชีพครู ก็พอมีเงินเก็บจากการทำงานมาก้อนหนึ่ง ก็ตัดสินใจเอาเงินเก็บมาลงทุนปลูกถั่วงอกที่บ้าน ก็ได้ผลดีพอสมควร ตื่นเช้ามาพี่เขาก็ต้องไปส่งถั่วงอกก่อนแล้วค่อยไปขายน้ำส้มที่ตลาด แล้ววันหนึ่งฝนมันตกเขาล้ม ซึ่งเขาไม่เคยบ่นซักคำเราก็ตกใจ พ่อแม่ถนอมเขามาตอนที่เขาประสบอุบัติเหตุเขาอยู่โรงพยาบาล 3 ปีเต็ม พ่อแม่ถนอมเขามากว่าจะเป็นแบบนี้ได้ แล้วมาช่วยเราส่งถั่วงอกฝนตกลื่นล้ม วันนั้นคิดว่าถ้าเขาเป็นอะไรไปเราจะไม่ให้อภัยตัวเองเลย(เสียงสั่น) ตัดสินใจเลยกลับมาบ้านรื้อถั่วงอกทิ้งเลย ไม่ให้ถั่วงอกโต เพราะถ้าโตเราจะต้องมาดูแลอีก”

“ตอนแรกเราคิดว่า เราจะเป็นฝ่ายให้กำลังใจเขานะ แต่เขากลับเป็นฝ่ายให้กำลังใจเรา(ร้องไห้คริสเอามือลูบหัว) ก็คิดว่าอะไรมันจะผ่านไปได้ ตอนนั้นหมดไปเยอะเลย 300,000-400,000 เลย เราเป็นคนคิดใหญ่ทำใหญ่ เราวางแผนไว้ว่าอยากจะมีโรงงานถั่วงอก ตอนนั้นปลูกได้วันละ 100 กว่าโล ขายดีมากเลยทำไม่ทัน แต่มันเหมือนขี่ช้างจับตั๊กแตนก็บาดเจ็บมาเยอะหน่อย”

“บ้านเขา แม่เขา น้องเขา ช่วยเราทำหมดทุกอย่างเลย แม่เห็นเรากรอกถั่วงอกไม่ทันก็มาช่วย เขาเห็นเราไม่ค่อยได้นอนก็เลยมาช่วย การทำถั่วงอกมันทำให้ได้สัจธรรมเยอะมาก สมัยเราทำงานเป็นครูก็ได้เงินเดือนพอสมควรก็ติดหัวสูงนิดนึง แต่พอไปทำถั่วงอกเวลานอนแทบไม่มี อีกชั่วโมงนึงต้องลุกไปส่งถั่วงอกแล้ว เราก็จะคว้าถุงถั่วงอกมาซ้อนๆ กันแล้วก็นอนตรงเสื่อตรงนั้นเลย มันฝึกความอดทนมากๆ ถั่วงอกมันโดนแสงไม่ได้เลย ต้องเอาไฟฉายส่องกบมาใส่หัวแล้วก็มุดเข้าไปดู ร้อนไปก็เน่า หนาวไปก็ไม่โต ก็ทำเต็มที่ไม่ได้นอนเลย จนร่างกายมันไม่ไหว”

เปิดท้ายขายของที่สวนหลวง ต้องคอยวิ่งหนีเทศกิจ
“ตอนแรกเราไม่มีที่ขาย ก็ไปขายริมถนนเลย ไปจอดบางตลาดเขาก็ไม่ให้จอด เราก็เลยไปจอดขายที่สวนหลวงไม่ต้องเสียค่าเช่า ไม่เคยมาขายข้างถนนแต่ก็สนุกดีครับ ไม่เครียดครับ เทศกิจมาก็ครับสวัสดีครับ ขึ้นรถแล้วก็ขับหนี จนเขาประกาศออกไมค์ ไอ้ขายน้ำส้มนี่มาอีกแล้วนะเนี่ย พอเขามาเราก็ไป เราก็เอาของขึ้นหลังรถขับไปจอดในซอย ซักพักพอเขาขับรถผ่านไปเราก็เอาออกมาใหม่”

เช่าแผงขายของในตลาด ขายไม่ได้ “คริส” ก็หอบของมาตากแดดขายที่ฟุตบาธ
เชอรี่:“เราไปเช่าแผงที่ตลาดเป็นล็อกที่ 2 แต่ลูกค้าไม่เดินเข้า นั่งมองหน้ากันสองคนผัวเมียไม่มีใครมาซื้อเราเลย เขาก็บอกว่าเอาโต๊ะมาให้พี่ แล้วก็เอาโต๊ะไปนั่งขายตากแดดตรงฟุตบาธตัดดำปี๋เลย”

คริส: “ตรงนั้นคนเดินผ่านเขาเห็นเขาก็จะซื้อ ก็มีคนจำได้หลายคนครับ ก็บอกเขาว่า น้ำส้มสกัด 100 เปอร์เซ็นต์ไม่ใส่สารกันเสียครับ เขาก็อุดหนุน พอเทศกิจมาเราก็ยกหนีเข้าไปไว้ตลาด พอเทศกิจไปเราก็ยกมาตั้งต่อ”

เชอรี่:“เขาจะมีถุงเงินคล้องคอ พอเทศกิจมาเขาก็หอบเงินหนี ส่วนเราจะเป็นแผนกเก็บของ”

ตัดสินใจควักเงินเก็บก้อนสุดท้าย ทำธุรกิจออนไลน์ แต่ก็ล้มอีกครั้ง
เชอรี่:“ตอนแรกรายได้ก็พออยู่ได้นะคะ แต่เรามาตัดสินใจทำธุรกิจออนไลน์ คราวนี้ไปยุ่งเงินเก็บของเขา ก็เอาเงินเขามาลงขายก็ได้บ้างตามจังหวะ แต่ก็ไม่ได้ดีอย่างที่เราคิดไว้ ทุกอย่างเกิดขึ้นกับเราเพื่อที่จะให้เรียนรู้ ปรับตัว ปรับสภาพ เพื่อที่จะอยู่กับมันให้ได้ เขาไม่เคยบ่นเลย เขารู้ว่าเราเหนื่อย รู้ว่าเรานอนน้อย เขาก็จะแบบให้ช่วยอะไรไหม แม้เขาจะยกของทำงานหนักไม่ได้ด้วยภาวะของเขา แต่เขาก็ทำทุกอย่างเท่าที่ซัพพอร์ทเราได้”

“เงินก้อนสุดท้ายที่เราเอามาลงมันหมดหน้าตักเลย และทำให้เราเป็นหนี้ด้วย คือตอนที่เราตัดสินใจก็ถามเขาตลอด เขาก็ร่วมปรึกษากับเราด้วย ก็เป็นทุนก้อนสุดท้ายของเรา

คริส:“เป็นเงินที่ผมสะสมมาเรื่อยๆ เดือนละพันสองพัน ก็เอามาลงทุนครับ เขาเป็นคนชอบศึกษา เขาชอบไปเรียนทำขนม ไปเรียนทำสบู่สมุนไพร 100 เปอร์เซ็นต์ เรียนทำน้ำชง ไปเรียนทำแซนวิส ไปเรียนนวดสลายสิว พยายามหาธุรกิจที่จะทำหาอาชีพตลอด”

เชอรี่:“ตอนนี้ก็ไปเรียนประกันชีวิต ไปสอบประกันผ่านมาแล้วค่ะ กำลังเริ่มต้นศึกษา ก็คงจะทำควบคู่ไปกับการขายของด้วย”

ให้กำลังใจซึ่งกันและกัน
คริส:“ก็บอกเขาว่า สู้นะ ไหวนะ ถ้าไหวก็ทำ ถ้าไม่ไหวบอกนะ อย่างออนไลน์ก็บอกเขานะถ้าไม่ไหวก็ปล่อยไปเถอะ เงินของเราที่เอาไปก็ไม่เป็นไร ไม่ว่า”

เชอรี่:“ก็แอบดีใจว่าเขาไม่เคยต่อว่า ก็ไม่ท้อค่ะ เครียดไปก็เท่านั้นปัญหาก็ยังอยู่เหมือนเดิม วันไหนที่เหนื่อยเขาก็จะกอดแล้วก็ลูบหัว(คริสเอามือลูบหัว)

คริส:“ผมบอกเขาว่า ท้อเอาไว้ให้ลิงถือ หมูถือท้อไม่ได้ สู้ต่อไปนะหมูน้อย ก็อยากจะให้กำลังใจทุกคน อย่าท้อนะครับ ท้อลิงถือ คุณไม่ใช่ลิงอย่าท้อนะครับ คุณต้องสู้ครับ สู้ไปเรื่อยๆ ถ้าสู้คุณจะผ่านมันไปได้ ถ้าคุณไม่สู้ปัญหามันก็ยังอยู่นะครับ”

สำหรับใครที่สนใจอยากจะอุดหนุนน้ำส้มและน้ำผลไม้สกัดของคริสโตเฟอร์ ติดต่อได้ที่ 062-2329456 หรือ FB: happy and healthy มีจำหน่ายทั้ง น้ำส้ม แตงโม กระชาย มะพร้าว ส้ม เสาวรส ไม่มีน้ำตาล ปราศจากวัตถุกันเสีย



Back to top button